Share

อาการปวดเมื่อยตามตัวในผู้สูงอายุ

Last updated: 29 Jul 2025
14344 Views

อาการปวดเมื่อยตามตัวในผู้สูงอายุ
ในผู้สูงอายุ อาการปวดเมื่อยตามตัวเป็นปัญหาที่พบบ่อย โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการเสื่อมสภาพของกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และอวัยวะต่างๆ ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย ส่งผลให้เกิดอาการปวดตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด หากสามารถระบุสาเหตุได้ก็จะช่วยให้สามารถเลือกวิธีบรรเทาอาการได้อย่างถูกต้อง


สาเหตุของอาการปวดเมื่อยตามตัวในผู้สูงอายุ
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น
เกิดจากการใช้กล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง หรือจากการอยู่ในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น นั่งหรือนอนท่าเดิมนานๆ หรือไม่ออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการปวด
- ปวดจากการกดทับเส้นประสาท
อาจเกิดจากการทำกิจกรรมในท่าทางที่ไม่ถูกต้อง หรือจากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
- ปวดจากเส้นเลือดตีบตัน
การยืนหรือเดินนานๆ โดยไม่ได้หยุดพักอาจทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดอาการปวด
- อาการเหน็บชา
มักเกิดจากการนอนทับแขนหรือนั่งขาพับเป็นเวลานาน ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไหลไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อได้เต็มที่
- ปวดจากตะคริว
เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างฉับพลัน มักพบในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดสมองตีบ หรือจากการใช้ยาบางประเภท

วิธีป้องกันการปวดเมื่อยตามตัว
- ออกกำลังกายและยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และยืดเหยียดกล้ามเนื้อทุกวัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดอาการปวด
- เลือกที่นอนและหมอนที่เหมาะสม
ใช้ที่นอนและหมอนที่รองรับสรีระ ช่วยปรับท่านอนให้เหมาะสม เพื่อลดอาการปวด
- เปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ
ไม่ควรนั่งหรือนอนในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน ควรขยับร่างกายหรือเปลี่ยนท่าทางบ่อยๆ
- ควบคุมการเพิ่มน้ำหนัก
ควรรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะภาวะอ้วนทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักและอาจเพิ่มอาการปวดเมื่อย
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่หนักเกินไป
ไม่ควรทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากเกินไป ควรเลือกทำกิจกรรมที่เหมาะสมกับร่างกาย
- เสริมวิตามินบี 1 และบี 12
วิตามินบี 1 และบี 12 ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อและปลายประสาท ช่วยลดอาการปวดเมื่อยและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ

การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถลดอาการปวดเมื่อยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
 


Related Content
โรคพังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ
อาการเริ่มต้นมักจะเป็นน้อยๆ แล้วค่อยๆ เป็นมากขึ้น เริ่มด้วยอาการปวดที่ข้อมือหรือรู้สึกยิบๆ บริเวณข้อมือ ฝ่ามือ และนิ้วมือ ทางด้านอุ้งมืออาจมีความรู้สึกเหมือนนิ้วหนา มีอาการชาบริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งนิ้ว ทางฝั่งฝ่ามือ และหนักและกล้ามเนื้อฝ่อ ถ้าเป็นนาน 4 - 5 เดือน อาการมักจะเป็นตลอดเวลา การเคลื่อนไหวในฝ่ามือจำกัด เช่น กำมือไม่สุด เขียนหนังสือลำบากมากขึ้น กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือกล้ามเนื้อฝ่อลีบ
19 Mar 2025
การฟื้นฟูในระยะแรกหลังการผ่าตัดกระดูกสันหลัง
ฝึกการหายใจเข้าออกลึกๆ ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงที่ข้างเตียง หรือช่วยให้อยู่ในท่านอนศีรษะสูง (Semi-Fowler’s position) โดยใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่ท้อง ให้สูดลมหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ลึกๆ จนรู้สึกว่าหน้าท้องขยายตัว/ท้องป่อง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ เบาๆ จนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องหดตัว/ท้องแฟบ แนะนำให้ปฏิบัติบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้อย่างน้อย 5-10 ครั้ง ทุกชั่วโมง
19 Mar 2025
การออกกำลังกายสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง
การออกกำลังกายมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็ง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีปัญหาในการเริ่มต้นการออกกำลังกาย เช่น กลัวว่าออกกำลังกายแล้วจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย รู้สึกอ่อนเพลียง่ายจึงไม่อยากออกกำลังกาย หรืออยากออกกำลังกายแต่ไม่ทราบว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี
19 Mar 2025
This website uses cookies to enhance performance and provide a better user experience. You can read more details at Privacy Policy and Cookie Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy