อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2026
315 ผู้เข้าชม

เลือกอาหารอย่างไร…ไม่ให้ถูกหลอก และได้สารอาหารตรงตามที่ร่างกายต้องการ
ในปัจจุบันมีผลิตภัโภชนาการณฑ์อาหารและอาหารเสริมมากมาย ทำให้ผู้บริโภคอาจสับสนระหว่าง “ข้อมูลโภชนาการจริง” กับ “การตลาดทางสุขภาพ”
หมอขอแนะนำ 3 เทคนิคง่าย ๆ ในการเลือกอาหารอย่างมีสติ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว
✅ 1. อ่านฉลากโภชนาการ มากกว่าคำโฆษณา
อย่าตัดสินจากคำว่า
“เพื่อสุขภาพ”
“ไขมันต่ำ”
“น้ำตาลน้อย”
“ออร์แกนิก”
“ซูเปอร์ฟู้ด”
เพราะคำเหล่านี้อาจเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด
สิ่งที่ควรดูคือฉลากโภชนาการ เช่น
• ปริมาณน้ำตาล
• โซเดียม
• โปรตีน
• ไขมันอิ่มตัว
• ขนาดหน่วยบริโภค
อาหารที่ดีควรให้ “สารอาหารคุ้มค่ากับพลังงานที่ได้รับ”
2. เลือกอาหารที่ใกล้ธรรมชาติมากที่สุด
หลักง่าย ๆ คือ
“ยิ่งผ่านการแปรรูปน้อย ยิ่งดีต่อสุขภาพ”
ตัวอย่างเช่น
ไข่ต้ม ดีกว่า ไส้กรอก
ปลา ดีกว่า ลูกชิ้นปลา
ผลไม้สด ดีกว่า น้ำผลไม้
ถั่วธรรมชาติ ดีกว่า ขนมรสถั่ว
อาหารที่ใกล้ธรรมชาติจะให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารครบถ้วนมากกว่าอาหารแปรรูป
⚠️ 3. ระวังคำกล่าวอ้างเกินจริง
หากพบคำโฆษณา เช่น
❌ รักษามะเร็งได้
❌ กินแล้วสมองดีขึ้นทันที
❌ อายุยืนขึ้น 20 ปี
❌ ไม่ต้องกินยาอีกต่อไป
ควรตั้งข้อสงสัยไว้เสมอ
ในทางการแพทย์ ไม่มีอาหารชนิดใดที่รักษาได้ทุกโรค อาหารที่ดีคืออาหารที่ “สนับสนุนสุขภาพโดยรวม” และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
สรุปง่าย ๆ
อ่านฉลากก่อนเชื่อคำโฆษณา
เลือกอาหารใกล้ธรรมชาติ
อย่าเชื่อคำกล่าวอ้างเกินจริง
สุขภาพที่ดีไม่ได้มาจากอาหารราคาแพงหรือคำโฆษณา
แต่มาจาก “การเลือกกินอย่างมีความรู้ และทำอย่างสม่ำเสมอ”
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
อายุรแพทย์
Chersery Home International
บทความที่เกี่ยวข้อง
หมายถึงสภาพที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลทำให้เกิดการขาดออกซิเจนซึ่งนำพามาโดยเลือดแดง รวมถึงไตที่ได้รับเลือดไปเลี้ยงลดลงทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือบวมน้ำและเกลือแร่คั่งในร่างกายรวมถึงมีปัสสวะที่ลดลงด้วยการรักษาและวินิจฉัยมักต้องมาพบแพทย์ จะเน้นปรับร่างกายด้วยการรับประทานหรือฉีดยา รักษาตามสาเหตุหลัก การเลือกรับประทานอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมปรับชีวิต งดเหล้าและบุหรี่ รวมถึงดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายที่เหมาะกับโรค และสังเกตอาการที่ผิดปกติ
19 มี.ค. 2025
ฝึกการหายใจเข้าออกลึกๆ
ให้ผู้ป่วยนั่งตัวตรงที่ข้างเตียง หรือช่วยให้อยู่ในท่านอนศีรษะสูง (Semi-Fowler’s position) โดยใช้มือทั้ง 2 ข้างจับที่ท้อง ให้สูดลมหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ ลึกๆ จนรู้สึกว่าหน้าท้องขยายตัว/ท้องป่อง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ เบาๆ จนรู้สึกว่ากล้ามเนื้อหน้าท้องหดตัว/ท้องแฟบ แนะนำให้ปฏิบัติบ่อยๆ เท่าที่จะทำได้อย่างน้อย 5-10 ครั้ง ทุกชั่วโมง
19 มี.ค. 2025
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่กลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะหลังการผ่าตัด โรคหลอดเลือดสมอง หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง มักมีความกังวลว่าจะสามารถกลับมาปัสสาวะได้เองเมื่อใด การเตรียมร่างกายให้พร้อมก่อนถอดสายสวนปัสสาวะเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงในการใส่สายซ้ำ ลดการติดเชื้อ และเพิ่มโอกาสในการกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
15 มิ.ย. 2026


