“การดูแลผู้สูงวัยที่บ้านจะเป็นเมกะเทรนด์มูลค่าหมื่นล้านบาท
Last updated: 1 Jul 2026
357 Views

นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย
“การดูแลผู้สูงวัยที่บ้านจะเป็นเมกะเทรนด์มูลค่าหมื่นล้านบาทในอีกไม่เกิน 5 ปี”
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home-based Senior Care) กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของระบบสุขภาพไทย และคาดว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมหลายหมื่นล้านบาทภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ขนาดครอบครัวเล็กลง บุตรหลานมีข้อจำกัดด้านเวลาและการดูแล ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการได้รับบริการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟู และการดูแลระยะยาวภายในบ้านของตนเอง
“ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตนเองให้นานที่สุด การดูแลที่บ้านจึงไม่ใช่เพียงบริการทางการแพทย์ แต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิต ความสุข และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ”
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ทั้งในด้านคุณภาพบุคลากร ความปลอดภัย ระบบกำกับดูแล และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัวผู้รับบริการ
นายกสมาคมฯ เห็นว่า ธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยที่บ้านในอนาคตจะต้องสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพและความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยมีราคาค่าบริการที่เป็นธรรม เข้าถึงได้ มีบริการที่หลากหลาย และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละครอบครัวได้อย่างแท้จริง
สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทยได้เสนอแนวคิด 3A Model เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทย ประกอบด้วย
Accessible – เข้าถึงได้
บริการต้องสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่าย ครอบคลุมทั้งในเมืองและต่างจังหวัด มีระบบบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Affordable – ราคาเป็นธรรม
ค่าบริการต้องอยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ไม่เป็นภาระทางเศรษฐกิจมากเกินไป และมีทางเลือกบริการที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของแต่ละครอบครัว
Accountable – รับผิดชอบและตรวจสอบได้
ผู้ให้บริการต้องมีมาตรฐานวิชาชีพ มีระบบกำกับคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุและครอบครัว
“อนาคตของการดูแลผู้สูงอายุจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องจำนวนเตียงหรือจำนวนผู้ดูแล แต่จะแข่งขันกันด้วยคุณภาพ ความไว้วางใจ และความสามารถในการเป็นโซลูชันให้กับสังคมสูงวัยอย่างแท้จริง”
นพ.เก่งพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการสามารถร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงวัยที่บ้านอย่างมีมาตรฐาน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลผู้สูงอายุและบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต
นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย
“การดูแลผู้สูงวัยที่บ้านจะเป็นเมกะเทรนด์มูลค่าหมื่นล้านบาทในอีกไม่เกิน 5 ปี”
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ นายกสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Home-based Senior Care) กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญของระบบสุขภาพไทย และคาดว่าจะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมหลายหมื่นล้านบาทภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า
ปัจจัยสำคัญมาจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ จำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ขนาดครอบครัวเล็กลง บุตรหลานมีข้อจำกัดด้านเวลาและการดูแล ทำให้ผู้สูงอายุจำนวนมากต้องการได้รับบริการดูแลสุขภาพ ฟื้นฟู และการดูแลระยะยาวภายในบ้านของตนเอง
“ผู้สูงวัยส่วนใหญ่ต้องการใช้ชีวิตอยู่ในบ้านของตนเองให้นานที่สุด การดูแลที่บ้านจึงไม่ใช่เพียงบริการทางการแพทย์ แต่เป็นการดูแลคุณภาพชีวิต ความสุข และศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ”
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเร่งปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการให้บริการ ทั้งในด้านคุณภาพบุคลากร ความปลอดภัย ระบบกำกับดูแล และการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ครอบครัวผู้รับบริการ
นายกสมาคมฯ เห็นว่า ธุรกิจการดูแลผู้สูงวัยที่บ้านในอนาคตจะต้องสร้างสมดุลระหว่างคุณภาพและความยั่งยืนทางธุรกิจ โดยมีราคาค่าบริการที่เป็นธรรม เข้าถึงได้ มีบริการที่หลากหลาย และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละครอบครัวได้อย่างแท้จริง
สมาคมการค้าและการบริการสุขภาพผู้สูงอายุไทยได้เสนอแนวคิด 3A Model เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการดูแลผู้สูงวัยในประเทศไทย ประกอบด้วย
Accessible – เข้าถึงได้
บริการต้องสามารถเข้าถึงประชาชนได้ง่าย ครอบคลุมทั้งในเมืองและต่างจังหวัด มีระบบบริการที่สะดวก รวดเร็ว และเชื่อมโยงกับระบบสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Affordable – ราคาเป็นธรรม
ค่าบริการต้องอยู่ในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ ไม่เป็นภาระทางเศรษฐกิจมากเกินไป และมีทางเลือกบริการที่เหมาะสมกับกำลังซื้อของแต่ละครอบครัว
Accountable – รับผิดชอบและตรวจสอบได้
ผู้ให้บริการต้องมีมาตรฐานวิชาชีพ มีระบบกำกับคุณภาพ การบริหารความเสี่ยง และความโปร่งใส เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยแก่ผู้สูงอายุและครอบครัว
“อนาคตของการดูแลผู้สูงอายุจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องจำนวนเตียงหรือจำนวนผู้ดูแล แต่จะแข่งขันกันด้วยคุณภาพ ความไว้วางใจ และความสามารถในการเป็นโซลูชันให้กับสังคมสูงวัยอย่างแท้จริง”
นพ.เก่งพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการสามารถร่วมกันพัฒนาระบบการดูแลผู้สูงวัยที่บ้านอย่างมีมาตรฐาน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านการดูแลผู้สูงอายุและบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในระดับภูมิภาคได้ในอนาคต
Related Content
Dr. Kengpong Tangarunsanti, Director of Chersery Home International Hospital for the Elderly and Rehabilitation Center, joined the “Dhamma Sawasdee Live” program by Sathira Dhammasathan to share perspectives on elderly happiness, holistic healthcare, and improving quality of life for older adults.
15 May 2026


