5 วิธีเตรียมความพร้อมก่อนถอดสายสวนปัสสาวะหลังออกจากโรงพยาบาล
อัพเดทล่าสุด: 15 มิ.ย. 2026
264 ผู้เข้าชม

5 วิธีเตรียมความพร้อมก่อนถอดสายสวนปัสสาวะหลังออกจากโรงพยาบาล
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ต้องนอนโรงพยาบาลจากการผ่าตัด โรคหลอดเลือดสมอง การติดเชื้อ หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง มักกลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะ หลายคนมีความกังวลว่า “จะถอดสายได้เมื่อไร” และ “ทำอย่างไรให้กลับมาปัสสาวะเองได้ตามปกติ”
การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนถอดสายสวนปัสสาวะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถอดสายได้สำเร็จ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยมีคำแนะนำดังนี้
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การได้รับน้ำอย่างเหมาะสมช่วยให้กระเพาะปัสสาวะทำงานได้ดี ลดความเข้มข้นของปัสสาวะ และลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
• ควรดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร (หากไม่มีข้อจำกัดจากโรคหัวใจหรือโรคไต)
• สังเกตสีปัสสาวะให้อยู่ในระดับสีเหลืองอ่อน
ฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว
การนอนติดเตียงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายทำงานลดลง
• ลุกนั่ง เดิน หรือทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์
• การเคลื่อนไหวช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้
• ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียง
ลดอาการท้องผูก
ภาวะท้องผูกเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัสสาวะลำบาก และอาจส่งผลต่อความสำเร็จในการถอดสายสวนปัสสาวะ
• รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหารสูง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
• หากจำเป็นควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาระบาย
ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
การฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise มีส่วนช่วยในการควบคุมการขับถ่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด และผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
• ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ
• ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการปัสสาวะ
• ลดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังถอดสายสวน
ประเมินและรักษาสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะไม่ออก
ในบางราย ภาวะปัสสาวะไม่ออกเกิดจากโรคหรือความผิดปกติที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น
• ต่อมลูกหมากโต
• โรคหลอดเลือดสมอง
• โรคพาร์กินสัน
• ผลข้างเคียงจากยา
• ความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะ
การรักษาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการถอดสายสวนปัสสาวะได้สำเร็จในระยะยาว
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
การถอดสายสวนปัสสาวะควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาจมีการทำ Trial Without Catheter (TWOC) เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เองอย่างเพียงพอหรือไม่
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดโอกาสในการใส่สายสวนซ้ำ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
อายุรแพทย์
CEO Chersery Home International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Chersery Home International
โทร. 084-264-2646
ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ต้องนอนโรงพยาบาลจากการผ่าตัด โรคหลอดเลือดสมอง การติดเชื้อ หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง มักกลับบ้านพร้อมสายสวนปัสสาวะ หลายคนมีความกังวลว่า “จะถอดสายได้เมื่อไร” และ “ทำอย่างไรให้กลับมาปัสสาวะเองได้ตามปกติ”
การเตรียมความพร้อมของร่างกายก่อนถอดสายสวนปัสสาวะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการถอดสายได้สำเร็จ และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ โดยมีคำแนะนำดังนี้
ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การได้รับน้ำอย่างเหมาะสมช่วยให้กระเพาะปัสสาวะทำงานได้ดี ลดความเข้มข้นของปัสสาวะ และลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
• ควรดื่มน้ำวันละ 1.5–2 ลิตร (หากไม่มีข้อจำกัดจากโรคหัวใจหรือโรคไต)
• สังเกตสีปัสสาวะให้อยู่ในระดับสีเหลืองอ่อน
ฟื้นฟูสมรรถภาพการเคลื่อนไหว
การนอนติดเตียงเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายทำงานลดลง
• ลุกนั่ง เดิน หรือทำกายภาพบำบัดตามคำแนะนำของแพทย์
• การเคลื่อนไหวช่วยกระตุ้นการทำงานของกระเพาะปัสสาวะและลำไส้
• ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียง
ลดอาการท้องผูก
ภาวะท้องผูกเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปัสสาวะลำบาก และอาจส่งผลต่อความสำเร็จในการถอดสายสวนปัสสาวะ
• รับประทานผัก ผลไม้ และอาหารที่มีใยอาหารสูง
• ดื่มน้ำให้เพียงพอ
• ออกกำลังกายตามความเหมาะสม
• หากจำเป็นควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการใช้ยาระบาย
ฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
การฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน หรือ Kegel Exercise มีส่วนช่วยในการควบคุมการขับถ่าย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยหลังผ่าตัด และผู้ที่ใส่สายสวนปัสสาวะเป็นเวลานาน
• ฝึกขมิบกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอ
• ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการปัสสาวะ
• ลดภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังถอดสายสวน
ประเมินและรักษาสาเหตุที่ทำให้ปัสสาวะไม่ออก
ในบางราย ภาวะปัสสาวะไม่ออกเกิดจากโรคหรือความผิดปกติที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น
• ต่อมลูกหมากโต
• โรคหลอดเลือดสมอง
• โรคพาร์กินสัน
• ผลข้างเคียงจากยา
• ความผิดปกติของเส้นประสาทที่ควบคุมกระเพาะปัสสาวะ
การรักษาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยเพิ่มโอกาสในการถอดสายสวนปัสสาวะได้สำเร็จในระยะยาว
สิ่งสำคัญที่ควรรู้
การถอดสายสวนปัสสาวะควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ โดยอาจมีการทำ Trial Without Catheter (TWOC) เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยสามารถปัสสาวะได้เองอย่างเพียงพอหรือไม่
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยลดโอกาสในการใส่สายสวนซ้ำ ลดความเสี่ยงการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
อายุรแพทย์
CEO Chersery Home International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Chersery Home International
โทร. 084-264-2646
บทความที่เกี่ยวข้อง
หมายถึงสภาพที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลทำให้เกิดการขาดออกซิเจนซึ่งนำพามาโดยเลือดแดง รวมถึงไตที่ได้รับเลือดไปเลี้ยงลดลงทำให้เกิดอาการข้างเคียงคือบวมน้ำและเกลือแร่คั่งในร่างกายรวมถึงมีปัสสวะที่ลดลงด้วยการรักษาและวินิจฉัยมักต้องมาพบแพทย์ จะเน้นปรับร่างกายด้วยการรับประทานหรือฉีดยา รักษาตามสาเหตุหลัก การเลือกรับประทานอาหารและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมปรับชีวิต งดเหล้าและบุหรี่ รวมถึงดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายที่เหมาะกับโรค และสังเกตอาการที่ผิดปกติ
19 มี.ค. 2025
การฟื้นฟูสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทีมการพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญ ดูแลอย่างใกล้ชิด และทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยพักฟื้นกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้มาตรฐานสากล AACI ของ Chersery Home International
15 มิ.ย. 2026


