ใส่ท่อช่วยหายใจ…เมื่อคำถามไม่ใช่แค่ “รอดไหม” แต่คือ “อยากมีชีวิตแบบไหน”
อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
19 ผู้เข้าชม

ใส่ท่อช่วยหายใจ…เมื่อคำถามไม่ใช่แค่ “รอดไหม” แต่คือ “อยากมีชีวิตแบบไหน”
“หมอครับ… ถ้าไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ พ่อจะไม่รอดใช่ไหม ?”
คำตอบคือ ใช่ครับ โอกาสรอดชีวิตอาจลดลง
แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ
“พ่ออยากรอดในสภาพแบบไหน?”
ในฐานะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายมานับร้อยนับพันราย ผมอยากบอกทุกครอบครัวว่า เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อ “ยื้อชีวิต” เพียงอย่างเดียว แต่เราอยู่ตรงนั้นเพื่อ “ประคองคุณภาพชีวิต” ให้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย
3 ความจริงที่ครอบครัวควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1. ศักดิ์ศรีของผู้ป่วยไม่ควรถูกกลบด้วยความกลัวของคนรอบข้าง
ความกลัวที่จะสูญเสียคนที่รักทำให้หลายครอบครัวรู้สึกว่า การทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตคือสิ่งที่ดีที่สุด
แต่สำหรับผู้ป่วยบางคน การไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่เจาะคอ และไม่ยื้อให้ร่างกายต้องเผชิญความทรมานเพิ่มเติม อาจเป็นการดูแลที่เหมาะสมและเคารพความต้องการของผู้ป่วยมากที่สุด
2. ชีวิตที่ยืดยาว อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตที่มีคุณภาพ
การใส่ท่อช่วยหายใจอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถพูดคุยได้
การเจาะคออาจสร้างความเจ็บปวดและความไม่สบายตัว
การรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้เวลาร่วมกับคนที่รักได้อย่างที่ต้องการ
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะช่วยให้หัวใจยังเต้นและมีชีพจรอยู่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ผู้ป่วยต้องการไว้ได้เสมอไป
3. ไม่ใช่ทุกการรักษาคือสิ่งที่เหมาะสม
การแพทย์สมัยใหม่ไม่ได้มุ่งเน้นการยื้อชีวิตทุกวิถีทางเพียงอย่างเดียว
แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสุขสบาย และการจากไปอย่างสงบตามความปรารถนาของผู้ป่วย
Advance Directive หรือ “พินัยกรรมชีวิต” คือการแสดงเจตนาล่วงหน้าว่า ผู้ป่วยต้องการหรือไม่ต้องการการรักษาใดบ้างในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
สิ่งนี้ช่วยลดภาระการตัดสินใจของครอบครัวในวันที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความกดดันทางอารมณ์
บางครั้ง…การไม่ทำ อาจเป็นการทำดีที่สุดแล้ว
การยอมรับให้คนที่เรารักจากไปอย่างสงบ ไม่ใช่การทอดทิ้ง
แต่คือความกล้าหาญที่จะเคารพความต้องการของเขา
กล้าที่จะไม่เพิ่มความทรมาน
กล้าที่จะปล่อยให้การจากลาเป็นไปอย่างสง่างามและมีศักดิ์ศรี
เริ่มต้นบทสนทนาสำคัญตั้งแต่วันนี้
หากวันนี้ยังมีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อแม่หรือคนที่คุณรัก ลองถามด้วยความรักว่า
“หากวันหนึ่งร่างกายเหนื่อยล้ามากแล้ว อยากให้เราดูแลอย่างไร”
เพราะการดูแลที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายเสมอไป
แต่อาจเป็นการอยู่เคียงข้าง จับมือ และส่งต่อความรักให้กันอย่างเต็มหัวใจ
การดูแลที่ดีที่สุด คือความเข้าใจและความเคารพ
การรักษาที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่เพียงในห้อง ICU
แต่อยู่ในความเข้าใจ ความเคารพในความต้องการของผู้ป่วย และความรักที่ลึกซึ้งพอที่จะยอมให้การจากลาเกิดขึ้นอย่างสงบ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังเผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญในช่วงปลายชีวิต
ด้วยรักและศรัทธาในคุณค่าของความเป็นมนุษย์
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
อายุรแพทย์
โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International
“หมอครับ… ถ้าไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ พ่อจะไม่รอดใช่ไหม ?”
คำตอบคือ ใช่ครับ โอกาสรอดชีวิตอาจลดลง
แต่คำถามที่สำคัญกว่านั้นคือ
“พ่ออยากรอดในสภาพแบบไหน?”
ในฐานะแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยระยะท้ายมานับร้อยนับพันราย ผมอยากบอกทุกครอบครัวว่า เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อ “ยื้อชีวิต” เพียงอย่างเดียว แต่เราอยู่ตรงนั้นเพื่อ “ประคองคุณภาพชีวิต” ให้ดีที่สุดจนถึงวินาทีสุดท้าย
3 ความจริงที่ครอบครัวควรรู้ก่อนตัดสินใจ
1. ศักดิ์ศรีของผู้ป่วยไม่ควรถูกกลบด้วยความกลัวของคนรอบข้าง
ความกลัวที่จะสูญเสียคนที่รักทำให้หลายครอบครัวรู้สึกว่า การทำทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตคือสิ่งที่ดีที่สุด
แต่สำหรับผู้ป่วยบางคน การไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่เจาะคอ และไม่ยื้อให้ร่างกายต้องเผชิญความทรมานเพิ่มเติม อาจเป็นการดูแลที่เหมาะสมและเคารพความต้องการของผู้ป่วยมากที่สุด
2. ชีวิตที่ยืดยาว อาจไม่ได้หมายถึงชีวิตที่มีคุณภาพ
การใส่ท่อช่วยหายใจอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถพูดคุยได้
การเจาะคออาจสร้างความเจ็บปวดและความไม่สบายตัว
การรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) อาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถใช้เวลาร่วมกับคนที่รักได้อย่างที่ต้องการ
แม้เทคโนโลยีทางการแพทย์จะช่วยให้หัวใจยังเต้นและมีชีพจรอยู่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรักษาคุณภาพชีวิตที่ผู้ป่วยต้องการไว้ได้เสมอไป
3. ไม่ใช่ทุกการรักษาคือสิ่งที่เหมาะสม
การแพทย์สมัยใหม่ไม่ได้มุ่งเน้นการยื้อชีวิตทุกวิถีทางเพียงอย่างเดียว
แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต ความสุขสบาย และการจากไปอย่างสงบตามความปรารถนาของผู้ป่วย
Advance Directive หรือ “พินัยกรรมชีวิต” คือการแสดงเจตนาล่วงหน้าว่า ผู้ป่วยต้องการหรือไม่ต้องการการรักษาใดบ้างในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต
สิ่งนี้ช่วยลดภาระการตัดสินใจของครอบครัวในวันที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความกดดันทางอารมณ์
บางครั้ง…การไม่ทำ อาจเป็นการทำดีที่สุดแล้ว
การยอมรับให้คนที่เรารักจากไปอย่างสงบ ไม่ใช่การทอดทิ้ง
แต่คือความกล้าหาญที่จะเคารพความต้องการของเขา
กล้าที่จะไม่เพิ่มความทรมาน
กล้าที่จะปล่อยให้การจากลาเป็นไปอย่างสง่างามและมีศักดิ์ศรี
เริ่มต้นบทสนทนาสำคัญตั้งแต่วันนี้
หากวันนี้ยังมีโอกาสได้พูดคุยกับพ่อแม่หรือคนที่คุณรัก ลองถามด้วยความรักว่า
“หากวันหนึ่งร่างกายเหนื่อยล้ามากแล้ว อยากให้เราดูแลอย่างไร”
เพราะการดูแลที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่การต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้ายเสมอไป
แต่อาจเป็นการอยู่เคียงข้าง จับมือ และส่งต่อความรักให้กันอย่างเต็มหัวใจ
การดูแลที่ดีที่สุด คือความเข้าใจและความเคารพ
การรักษาที่ดีที่สุดไม่ได้อยู่เพียงในห้อง ICU
แต่อยู่ในความเข้าใจ ความเคารพในความต้องการของผู้ป่วย และความรักที่ลึกซึ้งพอที่จะยอมให้การจากลาเกิดขึ้นอย่างสงบ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวที่กำลังเผชิญการตัดสินใจครั้งสำคัญในช่วงปลายชีวิต
ด้วยรักและศรัทธาในคุณค่าของความเป็นมนุษย์
นพ.เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ
อายุรแพทย์
โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญในพิธีกรรมทางศาสนาและความเชื่อของคนไทยแต่รู้หรือไม่ว่าควันธูปแฝงไปด้วยอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด
19 มี.ค. 2025
ส่วนใหญ่มักเกิดจากอาการกล้ามเนื้อ แขน ขา และอวัยวะต่างๆ เสื่อมลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยบ่อยๆ อาการปวดจะมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงปวดรุนแรง ขึ้นอยู่กับสาเหตุของอาการปวด และถ้าเราทราบสาเหตุก็จะสามารถบรรเทาอาการปวดด้วยวิธีที่เหมาะสม
19 มี.ค. 2025
การดูแลผู้ป่วยติดเตียง ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ ความใส่ใจ เพราะผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มาก หากดูแลไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ การติดเชื้อ หรือภาวะซึมเศร้า
18 ส.ค. 2025


