ประคบร้อนและประคบเย็น (Hot and Cold Therapy) - รพ.ผู้สูงอายุ Chersery Home

Last updated: Nov 5, 2020  |  68 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความสุขภาพ

ประคบร้อนและประคบเย็น

ประคบร้อนและประคบเย็น (Hot and Cold Therapy)
ผู้ป่วยที่มารับบริการทางกายภาพบำบัดจำนวนมากที่มีปัญหามาจากอาการบาดเจ็บทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการปวดเกิดขึ้นบริเวณต่างๆ เช่น ปวดคอ ปวดบ่า ปวดหลัง ปวดเข่า เป็นต้น ซึ่งอาการที่กล่าวมานับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในสังคมปัจจุบัน ซึ่งการใช้ความร้อนหรือความเย็นสามารถทำให้อาการปวดในบริเวณต่างๆ ลดลงได้ โดยมีการเลือกใช้ดังนี้

ผลของความร้อนที่มีต่อบริเวณที่ประคบ
อุณหภูมิของเนื้อเยื่อที่สูงขึ้น มีผลทำให้หลอดเลือดขยาย เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่บริเวณนั้นๆ ทำให้การประคบร้อนไม่เหมาะกับบริเวณที่มีการอักเสบเฉียบพลันใหม่ๆ หรือ มีเลือดออก แต่ดีกับการอักเสบเรื้อรัง ที่สำคัญคือ ความร้อนทำให้ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและข้อต่อดีขึ้น ง่ายต่อการยืดกล้ามเนื้อหรือ ข้อต่อมากขึ้น รวมถึงการให้ความรู้สึกผ่อนคลายดังนั้น สามารถประคบร้อนได้ในกรณีต่างๆ ดังนี้

- มีอาการปวดแบบเรื้อรัง (chronic pain/ inflammation) เช่น มีปัญหาหมอนรองกระดูก, หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท, ปวดกล้ามเนื้อ/เอ็นเรื้อรัง หรือ ข้ออักเสบ ยกเว้น ที่เกิดจาก gout
- มีลักษณะอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ หรือเอ็น หรือ ข้อติด (muscle/ tendon tightness or joint contracture) ใช้เมื่อต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ ลดอาการข้อติด การประคบร้อนทำให้เนื้อเยื่อมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
- ปวดจากกล้ามเนื้อจมยึด (trigger point or myofascial pain) กล้ามเนื้อที่ตึงตัวจนคลำได้เป็นก้อน มีอาการกดเจ็บ ที่ตำแหน่งเดิมๆ (trigger point) มักเกิดร่วมกับบริเวณที่มีการตึงตัวของกล้ามเนื้อ สามารถใช้ความร้อนในการช่วยลดอาการตึงตัวดังกล่าวได้ในเบื้องต้น

การประคบร้อนจะเริ่มใช้หลังจากมีอาการผ่านไปแล้ว 48 ชั่วโมง ให้ประคบครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการปวดและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยใช้กระเป๋าน้ำร้อน หรืออาจใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำร้อน โดยอุณหภูมิที่เหมาะสมไม่ควรเกิน 45 องศาเซลเซียส

ข้อควรระวัง
- ไม่ควรประคบด้วยความร้อนที่มากเกินไป
- ไม่ควรประคบนานหรือถี่เกินไป
- ต้องไม่ประคบร้อนในบริเวณที่มีบาดแผลเปิดหรือเลือดออก เพราะจะยิ่งทำให้มีอาการอักเสบเพิ่มมากขึ้น จะประคบร้อนได้ก็ต่อเมื่อการอักเสบน้อยลงแล้ว ซึ่งสังเกตได้จากไม่มีอาการบวม แดง ร้อน

ผลของความเย็นที่มีต่อบริเวณที่ประคบ
อุณหภูมิที่ลดลงทำให้เนื้อเยื่อ มีความยืดหยุ่นลดลง หลอดเลือดที่มาเลี้ยงหดตัว ความเย็นจึงมีผลช่วยห้ามเลือด ลดอาการบวมเป็นหลัก จึงสามารถประคบเย็นเมื่อ

- มีอาการบาดเจ็บหรือปวดเฉียบพลัน (acute injury or acute pain) เช่น นอนตื่นมาตอนเช้า ปวดคอมากเอี้ยวคอไม่ได้, หกล้มข้อเท้าพลิกปวดบวมทันที หรือ อาการปวดที่รุนแรงมากๆ ลักษณะนี้ในช่วงแรก ควรประคบเย็น เพื่อช่วยห้ามเลือด(ที่อาจจะมี)และลดอาการบวม

- ถ้าปวดมานานแล้ว แต่ช่วงนี้ปวดมากขึ้น (acute on top of chronic inflammation) ให้สงสัยว่า มีอาการอักเสบเฉียบพลันซ้ำไว้ก่อน ให้ประคบเย็นในช่วงแรกเช่นกันค่ะ

- มีอาการปวด บวม แดง ร้อน (acute inflammation) ถ้าบริเวณที่ปวดมีลักษณะเช่นนี้ชัดเจน บ่งบอกถึงอาการอักเสบเฉียบพลัน ให้ประคบเย็นไว้ก่อนค่ะ

- หลังจากการผ่าตัดกระดูกและข้อ เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ข้อเข่า การผ่าตัดหลังกระดูกหักต่างๆ มักใช้ความเย็นเพื่อช่วยลดอาการบวม
การประคบร้อนจะเริ่มทันทีหากมีอาการปวดหรือได้รับบาดเจ็บ (ภายใน 24-48 ชั่วโมง) ประคบนาน 20-30 นาที วันละ 2-3 ครั้ง

ข้อควรระวัง
- ห้ามประคบน้ำแข็งกับผิวหนังโดยตรง แต่ควรห่อด้วยผ้าขนหนูไว้ และห้ามประคบนานเกิน 15-20 นาที/ครั้ง เพราะอาจทำให้ผิวไหม้จากความเย็น (Frostbite) หรือเกิดอาการบาดเจ็บอื่น ๆ ได้
- ไม่ควรประคบเย็นในอาการบาดเจ็บที่รุนแรงมาก เพราะร่างกายอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงมากเกินกว่าที่ความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการได้
- ประคบเย็นด้วยความระมัดระวังอย่างสูงในบริเวณที่ผิวหนังมีความสามารถในการรับความรู้สึกลดลง อันเป็นผลมาจากความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลายจากโรคต่าง ๆ เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น

สิริพันธ์ จันทวงศ์  นักกายภาพบำบัด
โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home

สอบถามเพิ่มเติม :
Tel: 084-264-2646 084-264-2662
Line id: @cherseryhome
Facebook: cherseryhome
www.cherseryhome.com

บอก"รัก"ผู้สูงวัย เชื่อใจให้เราดูแล
All the best for your elder

Powered by MakeWebEasy.com